dot
dot
dot
bulletข่าวรับสมัครงาน


สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่
QR-Code โรงพยาบาลดารารัศมี


++ระวัง 6 โรคที่มากับหน้าหนาว

ระวัง 6 โรค มากับภัยหนาว

ระวัง 6 โรค มากับภัยหนาว

ไข้หวัด




         ลม หนาวเริ่มพัดมาแล้ว ไม่รู้ว่าปีนี้สาว ๆ ในกรุงเทพฯ จะได้งัดเสื้อกันหนาวตัวสวยออกมาใส่กันหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ หลายจังหวัดในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มหนาวเย็นกันแล้ว แต่ทว่า ความหนาวเย็นเช่นนี้ ก็นำพาโรคภัยไข้เจ็บมาหาเราด้วยเช่นกัน และต่อไปนี้คือ 6 โรคที่มักพบได้บ่อยในช่วงฤดูหนาว

          โรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ อาการ จะเริ่มด้วยการมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ไอ เมื่อเริ่มมีอาการควรนอนพักผ่อนให้มาก ๆ ดื่มน้ำบ่อย ๆ ถ้าตัวร้อนมากควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัว หรือกินยาลดไข้ อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2-7 วัน แต่หากมีอาการไอมากขึ้น หรือมีไข้สูงนานเกิน 2 วัน ควรไปพบแพทย์

          โรคปอดบวม จะมีอาการโดยทั่วไปได้แก่ ไอ เจ็บหน้าอก มีไข้สูง และหายใจหอบ การวินิจฉัยจะกระทำโดยการฉายรังสีเอกซ์และการตรวจเสมหะ ซึ่งหากมีความรุนแรง ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เนื่องจากเป็นสาเหตุการเสียชีวิตมากที่สุดในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี รวมทั้งเด็กที่มีน้ำหนักตัวน้อย เด็กขาดสารอาหาร เด็กที่มีความพิการแต่กำเนิด เช่น โรคหัวใจ เป็นต้น

          โรคหัด มักเกิดในเด็กโตและวัยรุ่น อาการจะเริ่มจากมีไข้ น้ำมูกไหล ไอ ตาแดง และจะมีผื่นขึ้นภาย หลังมีไข้ประมาณ 4 วัน จากนั้น ผื่นจะกระจายทั่วตัว โดยผื่นจะจางหายไปภายใน 2 สัปดาห์ เด็กที่ป่วยเป็นหัด ให้แยกออกจากเด็กอื่น ๆ ประมาณ 1 สัปดาห์
 

โรคหน้าหนาว
 


          โรคหัดเยอรมัน เป็นได้ทั้งผู้ใหญ่ และเด็กเล็ก มีอาการไข้ ออกผื่นคล้ายโรคหัด บางรายอาจไม่มีผื่นขึ้น หากเป็นหัดเยอรมันระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก อาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้ ดังนั้น ควรพบแพทย์ และหยุดงาน หรือหยุดเรียนประมาณ 1 สัปดาห์

          โรคอีสุกอีใส มักจะเกิดในเด็ก เมื่อเป็นโรคนี้แล้ว จะมีภูมิต้านทานโรคตลอดชีวิต อาการจะเริ่มด้วยไข้ต่ำ ๆ ต่อมา จะมีผื่นขึ้นที่หนังศีรษะ หน้า ตามตัว โดยเริ่มเป็นผื่นแดง ตุ่มนูน แล้วเปลี่ยนเป็นตุ่มพองใสหลังมีไข้ 2-3 วัน จากนั้น ตุ่มจะเป็นหนอง และแห้งตกสะเก็ดหลุดออกเองประมาณ 5-20 วัน เด็กนักเรียนที่ป่วยควรหยุดเรียนประมาณ 1 สัปดาห์ เด็กเล็กที่ป่วยควรตัดเล็บให้สั้น เพื่อป้องกันการอักเสบจากการเกาที่ผื่น

           โรคอุจจาระร่วง ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า โรต้าไวรัส มักจะเกิดขึ้นกับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ติดต่อโดยการดื่มน้ำ หรือกินอาหารที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อนเข้าไป โดยเด็กจะถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ หรือถ่ายเหลวบ่อยครั้ง โดยทั่วไปอาการไม่รุนแรง แต่เด็กบางคนอาจขาดน้ำรุนแรง หากมีเด็กในบ้านถ่ายเหลว ควรให้กินอาหารเหลวบ่อย ๆ เช่น น้ำข้าวต้ม น้ำแกงจืด ให้ดื่มนมแม่ สำหรับเด็กที่ดื่มนมผสม ควรผสมนมให้เจือจางลงครึ่งหนึ่งจนกว่าอาการจะดีขึ้น หากยังถ่ายบ่อยให้ผสมสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ให้ดื่มบ่อย ๆ อาการจะกลับเป็นปกติได้ภายใน 8-12 ชั่วโมง หากอาการไม่ดีขึ้นต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที

          ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ได้เตือนเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคโลหิตจาง เนื่องจากมีระดับภูมิต้านทานโรคต่ำอยู่แล้ว โดยขอให้รักษาความอบอุ่นร่างกาย ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มมึนเมา ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ล้างมือบ่อย ๆ เพื่อจะได้มีร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายที่มักมาพร้อมกับหน้าหนาวนั่นเอง

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม




เรื่องน่ารู้

20 เคล็ดลับช่วยให้ตัวเองดู "เด็ก" ลง article
10 เหตุผลน่ายี้ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อยากสุขภาพดีต้องมองข้าม ! article
12 ทิปส์แสนง่าย เพื่อสุขภาพใจกายที่ดี article
++สาวป.โทกินหมูกระทะไม่สุกถึงตาย
++วันที่ 14 พศจิกายน วันบิดาแห่งฝนหลวง article
สเตรปโตคอคคัส ซูอิส กินหมูไม่สุก ระวัง streptococcus suis คร่าชีวิต
กินเจ 2555 วิธีปฏิบัติตนในช่วง กินเจ 9 วัน 9 คืน
ความรู้ทั่วไปเรื่องเบาหวาน



Copyright © 2010 : Dararassamee Hospital

โรงพยาบาลดารารัศมี สังกัดโรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ที่อยู่ :  เลขที่ 101 หมู่ 1 ตำบล :  ริมใต้ อำเภอ: แม่ริม
จังหวัด :เชียงใหม่      รหัสไปรษณีย์ : 50180
เบอร์โทร : 053-299167 ต่อ 401 โทรสาร 053-297385      อีเมล : darahospital@hotmail.com
เว็บไซต์ : www.darahospital.go.th